เทคนิคการคุมโทนสีบ้านด้วยกฎ 60:30:10

Last updated: 21 ก.พ. 2567  |  1028 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เทคนิคการคุมโทนสีบ้านด้วยกฎ 60:30:10

การแต่งบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันที่จะแต่งออกมาให้สวยเป๊ะได้อย่างลงตัว ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ขนาดหรือการวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ การเลือกสไตล์ตกแต่ง การเลือกของตกแต่ง รวมไปถึง “โทนสี” ที่ใช้ในการแต่งบ้าน

วันนี้หญิงวีเลยมาแนะนำการใช้ทฤษฎีสี 60:30:10 เป็นหลักมาตรฐานการใช้สีเบื้องต้น ที่ใครๆก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ แม้จะไม่ได้เป็นนักออกแบบมืออาชีพก็ตาม

ทฤษฎีสี 60:30:10 คือ การแบ่งสีออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน สีหลัก 60%, สีรอง 30%, และสีไฮไลท์ 10% โดยมีเคล็ดลับการทำตามสัดส่วน ดังนี้

1. สีหลัก 60%
ส่วนมากจะเลือกใช้กับผนัง เพดาน พื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่สุด สีที่เลือกใช้มักจะเป็นสีโทนอ่อน อย่าง ขาว ครีม เทา ดำหรืออาจเพิ่มความน่าสนใจด้วยผนังลอนสำเร็จรูปเพื่อสร้างบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง


2. สีรอง 30%
มีส่วนช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับสีหลัก ช่วยเพิ่มมิติห้องให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ควรเป็นสีที่เด่นกว่าสีหลักแต่ไม่ควรฉูดฉาดหรือเด่นกว่าสีไฮไลท์ โดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้กับเฟอร์นิเจอร์ เช่น ผ้าม่าน พรม หรือไม้ตกแต่งผนัง เป็นต้น ซึ่งสีที่เลือกใช้มักเป็นสีที่เข้มขึ้นมาอีกระดับ หรือ สีที่ค่อนข้างโดดเด่นอย่างสีลายไม้ธรรมชาติ  

3. สีไฮไลท์ 10%
ส่วนใหญ่จะเลือกใช้โทนสีที่เข้มที่สุด ช่วยทำให้ห้องดูโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจมากขึ้น โดยอาจเลือกใช้สีคู่ตรงข้ามกับสีรอง หรือสีที่มีโทนเข้มมากๆในการเลือกสีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งชิ้นเล็ก ยกตัวอย่างเช่น หมอน โคมไฟ แจกัน พรม เป็นต้น

การเลือกสีทาบ้านไม่มีถูกไม่มีผิด เพียงแค่คุณใช้กฎเหล็ก 60:30:10 การทาสีบ้านก็จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไปค่ะ และกฎนี้ไม่เพียงแค่ใช้สำหรับห้องคอนโดหรือบ้านเท่านั้น แต่เรายังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับร้านอาหาร คาเฟ่ หรืองานศิลปะอื่นๆ ได้เช่นกัน

หรือใครที่ต้องการเพิ่มเสน่ห์ของห้องโดยไม่ซ้ำใคร ก็สามารถใช้ไม้สนเสริมบรรยากาศให้ห้องดูโปร่ง โล่ง สบายได้ตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบได้เช่นกันนะคะ

ตัวอย่างการคุมโทนสีบ้านตามกฎ 60:30:10 

1. ห้องสไตล์มินิมอล (Minimal)

เป็นการตกแต่งห้องที่เน้นความเรียบง่าย พื้นที่ห้องส่วนใหญ่ใช้สีไม่ฉูดฉาดหรือสีเอิร์ทโทนในการตกแต่ง เช่น สีขาว ดำ น้ำตาล เทา ฯลฯ  เน้นใช้ของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก ที่ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง สบาย และห้องสไตล์มินิมอล(Minimal) นี้จะจำแนกสีเป็น  สีโทนครีมขาว 60% สีน้ำตาลอ่อน 30% สีดำ 10%


2. ห้องสไตล์โมเดิร์น (Modern)

เป็นการตกแต่งที่เน้นความทันสมัย แต่แอบแฝงไปด้วยความหรูหรา ซึ่ง 60% ของบ้านจะต้องเป็นสีเดียวกัน อย่างผนัง เพดานและเฟอร์นิเจอร์หลักซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างโซฟา เตียง ตู้ จะต้องคุมโทนสีเดียวกัน ซึ่งสีที่นิยมใช้ในการตกแต่งห้อง จะเน้นเป็นสีเรียบ ไม่ฉูดฉาด อย่างเช่น สีขาว สีครีม สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเข้มอย่างสีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีเขียวเข้ม ห้องสไตล์โมเดิร์น(Modern) นี้จะจำแนกสีเป็น  สีขาว 60% สีเทา 30% สีแดงอิฐ 10%

 

3. ห้องสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary)

เป็นการตกแต่งห้องที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบบ้านสมัยปัจจุบันกับสมัยก่อนเข้าด้วยกัน ซึ่งโทนสีที่นิยมใช้จะเป็นโทนสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีขาว น้ำตาล ครีม เทา หรือดำ และเน้นตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่มีสีเข้มขึ้นมาอีกหนึ่งระดับอย่างในห้องนี้จะใช้สีน้ำตาลกับไม้เซาะร่องสำหรับตกแต่งผนังเพื่อให้ผนังเด่นขึ้นอีกระดับ  ห้องสไตล์ร่วมสมัยนี้จำแนกสีเป็น  สีขาว 60% สีน้ำตาล  30% สีเขียว 10%

 

4. ห้องสไตล์ Mid-Century Modern

เป็นการตกแต่งห้องที่คล้ายกับสไตล์มินิมอล คือพื้นที่ส่วนใหญ่จะเน้นใช้สีโทนอ่อนหรือเอิร์ทโทนผสมกับความโมเดิร์น โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ในยุคสมัยก่อนในการตกแต่ง ไม่เน้นรายละเอียดเยอะ เพื่อคงความคลาสสิก ซึ่งสีเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นโทนสี ขาว น้ำตาล ดำ หรือบางครั้งมีการใช้สีสันสดใสในการตกแต่งด้วยเช่นกัน ห้องสไตล์ Mid-Century Modern นี้จะจำแนกสีเป็น  สีขาว 60%  สีน้ำตาล 30% สีเทาเข้ม 10%


5. สไตล์นอร์ดิก (Nordic) หรือ สแกนดิเนเวียน (Scandinavian)             

การตกแต่งห้องส่วนใหญ่จะเน้นใช้สีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า เพดาน พนัง หรือพื้นห้อง โดยจะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่ในการตกแต่ง สามารถใช้งานได้จริง วัสดุตกแต่งใช้โทนสีธรรมชาติ และสีเฟอร์นิเจอร์ของบ้านสไตล์นี้ ก็เป็นสีโทนอ่อนหรือเอิร์ทโทนด้วยเช่นกัน เเต่จะเป็นคนละเฉดสีหรือสีเข้มขึ้นมาอีกหนึ่งระดับค่ะ เช่น เฟอร์นิเจอร์สีไม้ สีขาว สีครีม หรือสีน้ำตาลอ่อน โดยจุดเด่นของบ้านสไตล์นี้เลยคือพื้นที่จะต้องโปร่ง เน้นแสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาในห้องได้ ห้องสไตล์นอร์ดิกนี้จำแนกสี เป็น สีขาว 60%  สีน้ำตาล 30% สีน้ำตาลเข้ม 10%

 

6.สไตล์เฟรนช์คันทรี (French Country)

ความอบอุ่น และการใช้สีโทนธรรมชาติ ถือเป็นสองอย่างที่บ่งบอกของบ้านสไตล์นี้เลยก็ว่าได้ โดย ส่วนใหญ่จะใช้เฟอร์นิเจอร์สมัยก่อนและของตกแต่งที่เป็นไม้ คล้ายบ้านชนบท ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านในฟาร์มที่เราเห็นกันในภาพยนตร์อย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ บ้านสไตล์นี้จะประกอบด้วยสีโทนอุ่น เช่น สีแดงอ่อนๆ สีเหลือง หรือสีทอง ร่วมกับการใช้เฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น อิฐ หิน ไม้  และสุดท้ายห้องสไตล์ French Country นี้จะจำแนกสี สีครีม 60% สีแดงอิฐ 30% สีเขียวจากของตกแต่ง 10%

 

“บ้านแต่ละสไตล์ล้วนมีเสน่ห์และให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ
ความชอบส่วนบุคคลนั่นเองค่ะ” 
 
 
และสำหรับใครที่กำลังมองหาผนังลอนตกแต่งห้องสำเร็จรูป 3D WALL ที่มีลวดลายให้เลือกหลากหลายตามการใช้งานและสไตล์ที่คุณชื่นชอบ ผ่านการเซาะร่องด้วยเครื่องจักร CNC ระดับมาตรฐานสากล เนื้อไม้มีความแน่น พื้นผิวเรียบ จึงสามารถนำไม้ไปทำสีได้ทุกสี ไม่ต้องออกแรงตัด ตัด เจาะ ฉลุ เลยค่ะ 

หรือจะเป็นสินค้าไม้สนตกแต่งผนังสำเร็จรูปที่ผลิตจากไม้จริง นำไปตกแต่งก็สามารถเข้าได้กับหลากหลายสไตล์ เสริมสร้างบรรยากาศให้เหมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ  ที่สำคัญพื้นผิวไม้ยังมีความเรียบเนียน ทำให้การทาสีจึงเป็นเรื่องง่ายอีกเช่นเดียวกันค่ะ 

ไม่ว่าจะเป็น ผนังลอนตกแต่งห้องสำเร็จรูป 3D WALL หรือ ไม้สนตกแต่งผนังสำเร็จรูป ก็สามารถนำไปใช้ตกแต่งห้องได้หลากหลายสไตล์ ใครสนใจสินค้าตัวไหนสามารถทักหญิงวีมาได้เลยนะคะ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้